ผบ.ทบ.โต้อย่ากล่าวหาทหารเกี่ยวข้องระเบิด พันธมิตรฯ
By doaraikan2 at 21 November, 2008, 2:52 pm
กองทัพบก 20 พ.ย. - “พล.อ.อนุพงษ์” ระบุต้องให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุระเบิดในทำเนียบฯ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด อย่าดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ชี้หากสถานการณ์บานปลาย เป็นอำนาจนายกฯ จะตัดสินใจว่าจะใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ระเบิดเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสืบสวนสอบสวน เพื่อหาผู้ที่กระทำผิด และดำเนินการตามกฎหมาย ใครมีพยานหลักฐาน ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือของทหารนั้น ไม่ควรสันนิษฐานหรือคิดเอาเอง เพราะประเทศชาติจะอยู่กันไม่ได้
เมื่อ ถามว่า หากเหตุการณ์บานปลาย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จะใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของรัฐบาล หากใช้กฎหมายความมั่นคง และให้ กอ.รมน.เข้าไปปฏิบัติการ ต้องประกาศพื้นที่ความมั่นคง ซึ่งจะมีน้ำหนักอ่อนกว่าพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบด้านความมั่นคงและสิ่งอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการใช้ข้อกำหนดอย่างใดก็แล้วแต่มาบังคับใช้ จะมีผลกระทบต่อสังคม อย่างน้อยที่สุดจะเกิดกับความรู้สึกต่อประชาชนทั่วไป
ต่อ ข้อถามว่า กองทัพจะปล่อยแต่ละฝ่ายตั้งกองกำลังและยิงระเบิดใส่กันหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีใครปล่อย แต่ กอ.รมน.โดยนายกรัฐมนตรี จะต้องพิจารณาในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเป็นรอง ผอ.รมน.สามารถเสนอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมายได้ ใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้พยายามหาข้อมูลที่จะเรียนนายกรัฐมนตรี
ต่อข้อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ถูกพันธมิตรฯ กล่าวโจมตีทุกวัน ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ไม่ได้ติดตามเท่าไร แต่มีเจ้าหน้าที่สรุป และรายงานให้ฟัง บางครั้งยากที่จะดำเนินการได้ เพราะเขาเลี่ยงที่จะใช้คำตรงๆ ส่วนที่มีทหารในกองทัพไม่พอใจและดำเนินการบางสิ่งบางอย่างนั้น ไม่น่าจะกระทำได้ หากมีการดำเนินการจริง น่าจะเป็นตน ที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้ว่า ต้องการเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยความสมัครสมานสามัคคี หากทุกคนอยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย และใช้แนวทางสันติแก้ปัญหาคงจะดี
ด้าน พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดเวทีพันธมิตรฯ ว่า จากการตรวจสอบลักษณะการแตก ฉีก หรือระเบิด แล้วอาจไม่ใช่อาวุธสงคราม เพราะถ้าเป็นอาวุธสงครามต้องสูญเสียร้ายแรงมากกว่านี้ น่าจะเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดี ส่วนวิธีการทำให้ระเบิดมี 3 ประเด็น คือขว้างมาจากที่สูง ขว้างจากด้านข้าง และยิงมาจากภายนอก ซึ่งต้องตรวจสอบพื้นที่ให้ละเอียดมากขึ้น ตอนนี้กำลังติดตามข่าวอยู่ หน้าที่โดยตรงเป็นของตำรวจ ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มเสนอให้ใช้กฎอัยการศึกนั้น การประกาศใช้กฎอัยการศึกต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรี
แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้เพิ่มมาตรการในการตรวจอย่างละเอียด และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่างตำรวจนครบาล กองทัพภาคที่ 1 และ กทม.วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนคือให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนรวม โดยให้เข้มการตรวจยานพาหนะในช่วงกลางคืน เราพยายามอย่างเต็มที่ให้เกิดความสงบสุขในโซนที่ติดและใกล้กับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และลานพระราชวังดุสิต
ที่มา : สำนักข่าวไทย
Tags: เวทีพันธมิตร, ทำเนียบฯ, พันธมิตร, วันเฉลิมพระชนมพรรษา


No comments yet.